Custom Search

วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2552

สุขใด ไหนเท่าความสงบ ไม่มี

สุขใด ไหนเท่าความสงบ ไม่มี
แปลเป็นไทยอีกที ได้ว่า ไม่มีความสุขใด เท่ากับการที่เรารู้สึกสงบ
ไม่แน่ใจว่าแปลถูกรึเปล่า
ขนาดไทย แปลเป็นไทยนะเนี่ย ก็เข้าใจว่าบางทีเราก็อิงจากสำนวนของภาษาดั้งเดิมเขา บางครั้งสำนวนง่ายๆก็เลยยากแก่การเข้าใจ เพราะผมเองก็ยอมรับว่า เมื่อก่อนไม่เห็นจะเข้าใจพุทธภาษิตประโยคนี้เลย

ตอนนี้ที่หน่วย มีโครงการปิ่นโตมื้อเพลครับ เป็นการนำอาหารใส่ปิ่นโตไปถวายพระสงฆ์ในมื้อเพล เวียนไปแต่ละวัดในพื้นที่ วัดละ ๑ วัน โดยมีการจัดเวรยามให้ทุกคนได้ออก ผลที่ได้ชัดเจนก็คือ ได้พบปะพระสงฆ์ พบปะชาวบ้านที่มาทำบุญ ได้แลกเปลี่ยนข่าวสารกับคนท้องถิ่น และที่สำคัญได้งานมวลชน ตอนนี้ก็เวียนครบทุกวัดแล้ว วัดละหลาย ๑-๒ รอบ
แต่ก่อนแต่ไรไม่เคยหาโอกาสออกไปทำบุญเลยครับ เคยแต่คิด จะไปก็ตอนที่เป็นงานเทศกาล แต่หลังจากที่ได้เริ่มไปถวายอาหารปิ่นโตด้วยตัวเองแล้ว ก็ชักติดใจ จนตอนนี้ซื้อปิ่นโต ๔ ชั้นมาไว้เฉพาะตัวแล้ว ๑ เถา พาออกได้ ๓ วัดแล้ว
ประมาณว่า แต่ก่อนออกไปเพื่อทำงาน เก็บภาพ ได้งาน แล้วก็รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยสนแล้วครับ ถึงคิวใครไปตามตารางคนนั้นก็ไป แต่ส่วนตัวผมท่ามีเวลาก็พยายามออกทุกวัน พื้นที่ไม่ได้เสี่ยงมากนัก ที่สำคัญอยากไปทำบุญ แล้วก็สนทนาธรรมกับพระ ได้พูดคุยธรรมะ ได้รับศีลรับพร ได้อุทิศส่วนกุศล แล้วรู้สึกหัวใจอิ่มเอิบเบิกบานครับ บุญใครสร้างก็ได้กับตัว อานิสงส์เกิดขึ้นได้ในทันตาก็คือความเบิกบานใจ เมื่อใจเบิกบาน มันก็สดชื่น แจ่มใส แล้วมันก็เกิดความสงบ เราไม่ต้องไปรู้สึกทุกข์ร้อนอะไร ถ้าเราสามารถรู้เท่าทันความรู้สึกเหล่านั้นได้ด้วยสติ และพิจารณาด้วยปัญญา
น่าแปลกที่ชาวพุทธเราส่วนใหญ่ที่เข้าหาพระ มักมาเพราะมีปัญหาชีวิต(แต่ก็ยังดีที่มีปัญหา แล้วหันหน้าเข้าหาพระรัตนตรัย) แต่ไม่ค่อยได้มาตอนที่เรารู้สึกมีความสุข เคยฝึกในถิ่นทุรกันดารห่างไกลความเจริญมาหลายที่ เห็นสถานที่เหล่านั้นมีโบสถ์คริสต์เยอะ และคนเหล่านั้นถ้าไม่นับถือศาสนาคริสต์ ก็ต้องนับถือศาสนาอิสลาม ผมเคยคิด และเคยถามบางคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้น ก็ได้รับคำตอบว่า แต่ก่อนเขาก็นับถือพุทธศาสนานั่นล่ะ แต่วัดและแห่งอยู่ไกลเหลือเกิน ในขณะที่โบสถ์คริสต์ หรือ มัสยิดอยู่ใกล้กว่ากันมาก ก็เลยพากันเปลี่ยนศาสนา เพราะไปง่ายกว่าเยอะ นั่นแสดงให้เห็นว่า คนเราไม่ว่าอย่างไร ก็ยังคงต้องการศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ทุกศาสนาดีหมดครับ แล้วแต่คนจะเลือกนับถือ
ตอนที่เรามีชีวิตอยู่ ก็รีบทำบุญกันไว้เถอะครับ จะด้วยการใส่บาตร ด้วยการแบ่งปันความสุขให้ผู้อื่น ด้วยการอุทิศตน ได้ทั้งนั้น ขนาดเซียนเต่าหมอดูเงินล้าน ที่เคยเป็นหมอดูหน้าเลือด ท่านยังมาเป็นคนสมถและยังนำวิชาช่วยผู้อื่นเลย บุญเป็นสมบัติติดตัวครับ หมั่นสะสมกันไว้ดีกว่า
ผมอยากเห็นโลกนี้มีคนที่มีศีลธรรมเป็นคนหมู่มากในสังคม และจะยิ่งดีขึ้นไปอีกถ้าคนเหล่านี้เป็นคนเก่ง และได้ปกครองบ้านเมือง


วันก่อน นึกขำ ตอนที่หิ้วปิ่นโตเข้าวัด มียายแก่ๆท่านนึง ท่านถามว่า "ทหารเสือ อดอยากขนาดต้องมาขอข้าวก้นบาตรกินเชียวเหรอ"